Archive for the ‘ไม่มีหมวดหมู่’ Category

dsc076570 dsc03366-1 dsc058660 db0dii,

Advertisements

ข้อมูลนักเรียน โรงเรียนบ้านสันต้นหมื้อ ปีการศึกษา
ชั้น/เพศ
ชาย
หญิง
รวม
ห้องเรียน
อบ.3 ขวบ
0
0
0
0
อบ.1
10
6
16
1
อบ.2
5
10
15
1
รวม อบ.
15
16
31
2
ป.1
20
16
36
1
ป.2
23
16
39
1
ป.3
20
21
41
1
ป.4
21
21
42
1
ป.5
20
19
39
1
ป.6
22
18
40
1
รวมประถม
126
111
237
6
ม.1
16
27
43
2
ม.2
29
34
63
2
ม.3
27
16
43
2
รวมมัธยมต้น
72
77
149
6
ม.4
23
16
39
2
ม.5
7
18
25
2
ม.6
5
24
29
2
ปวช.1
0
0
0
0
ปวช.2
0
0
0
0
ปวช.3
0
0
0
0
รวมมัธยมปลายและเทียบเท่า
35
58
93
6
รวมทั้งหมด
248
262
510
20
ข้อมูล ณ วันที่ 10 มิถุนายน 2557
   ผู้อำนวยการโรงเรียน ชำนาญการพิเศษ
   รองผู้อำนวยการโรงเรียน ชำนาญการ
   ครูผู้ช่วย
   เจ้าพนักงานธุรการ
   ครูธุรการ
   ครู (พนักงานงานราชการ)
   ครูผู้ช่วย
   ครูผู้ช่วย
   ครูผู้ช่วย
   ครูผู้ช่วย
   ครู (อัตราจ้าง)
   นักการภารโรง
   ครูผู้ช่วย
   ครูผู้ช่วย
   ครู ชำนาญการ
   ครู ชำนาญการ
   ครู
   ครู ชำนาญการ
   ครูผู้ช่วย
   ครูผู้ช่วย

หลายท่านคงมีโน๊ตบุ๊คไว้สำหรับทำงานนอกสถานที่ แต่เชื่อว่ามีหลายท่านไม่น้อยที่ประสบปัญหาแบตหมดไวเหลือเกิน จนเครื่องไฟดับไม่สามารถทำต่อได้ ต้องมาพกที่ชาร์จโน๊ตบุ๊คมาชาร์จไฟ แถมต้องพยายามหาที่เสียบปลั๊กใช้ไฟ จากร้าน หรือจากบ้านเพื่อน เพื่อชาร์จไฟอีก  วันนี้เลยนำเสนอเคล็ดลับ 5 ข้อ ที่ยืดอายุใช้งานโน๊ตบุ๊ค Windows ในช่วงใช้พลังงานแบตได้นานขึ้น

1. อัพเดตระบบปฏิบัติการให้เป็นเวอร์ชั่นล่าสุด  ตอน นี้ล่าสุดอยู่ที่ Windows 8.1 แล้ว ยิ่งอัพเดตเป็นรุ่นใหม่เมื่อไหร่ การบริหารจัดการพลังงานแบตเตอรี่บนระบบปฏิบัติการ Windows จะทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ช่วยประปรุงจัดการพลังงานให้ใช้พลังงานไฟต่ำ ซึ่งจะช่วยสามารถใช้โน๊ตบุ๊คได้นานขึ้นได้  ทั้งนี้ สำหรับผู้ใช้ Windows 8.1 ให้ไปเรียก charmbar แถบเมนูสีดำด้านขวา เลือก setting  >> แล้วคลิกที่ Change PC settings” >> แล้วคลิก Updates and Recovery และคลิกที่ “Check for updates” เพื่อทำการตรวจสอบการอัพเดต  หากมีอัพเดตใหม่ ควรอัพเดตทันที

2. จัดการด้านพลังงานบนโน๊ตบุ๊ค  คุณ สามารถปรับแสงสว่าง หรือตั้งให้ว่า …  เมื่อโน๊ตบุ๊คไม่ได้ใช้งานนานกี่นาที ให้เครื่องทำการดับจอภาพก่อน หรืออยู่สถานะ sleep  และตั้งปิดคอมอัตโนมัติ   โดยสามารถเข้าถึงการตั้งค่านี้โดยไปเรียก Search   (กดปุ่ม Windows +  Q ) พิมพ์ Power options แล้วคลิก Power options จากนั้นเลือกที่ change plan settings  แล้วทำการตั้งค่าเน้น ปรับความสว่างลดลง ตั้งให้ดับจอในกรณีที่ไม่ทำงาน ให้เลื่อนเวลาดับจอเร็วขึ้น

3. ลดความสว่างหน้าจอคอม  โดยปรับ Brightness ให้ลดลง ซึ่งสามารถปรับได้โดยเข้าไปเรียกเมนู Charm bar แล้วเลือกที่ settings จากนั้นเลือก brightness ให้ลดค่าลง เพื่อลดการใช้พลังงานจากแบต

4. ปิด Bluetooth , ปิด wifi  ซึ่งไม่ต่างจากวิธีประ หยัดแบตของสมาร์ทโฟนเลย ทั้งนี้คุณสามารถเปิดโหมดเครื่องบิน Flight Mode เพื่อตัดการเชื่อมต่อ ทั้งเน็ต wifi และ Bluetooth ได้

5. ถอด หรือหยุดเชื่อมต่อ  Aircard  , External  Harddisk , Flashdrive  ก็ช่วยให้ใช้ไฟน้อยลง เพราะการเชื่อมต่อผ่านพอร์ต ต้องใช้พลังงานไฟฟ้าด้วยเช่นกัน

นี่คือ 5 เคล็ดลับแบบง่ายๆสำหรับผู้ใช้คอม ระบบปฏิบัติการ  Windows ที่จะสามารถใช้โน๊ตบุ๊คในช่วงใช้พลังงานแบตได้นานขึ้น

ปัญหาที่เกิดขี้นกับเครื่องคอมพิวเตอร์นั้นจะมีตั้งแต่เล็กๆน้อยๆ ไปจนถึงความบกพร่องอย่างร้ายแรงที่จะทำให้งานของเราที่อุตส่าห์ทำเป็นเดือนๆ หายไปได้ในพริบตา หรือไม่สามารถใช้งานคอมพิวเตอร์นั้นได้อีกเลย วิธีการที่ดีที่สุดในการจัดการปัญหาที่เกิดขึ้นกับคอมพิวเตอร์นั้นก็คือ ป้องกันก่อนที่มันจะเกิดขึ้น
ขั้นตอนใน การป้องกัน ซึ่งส่วนใหญ่จะเกี่ยวข้องกับฮาร์ดดิสก์ ซึ่งเป็นอุปกรณ์ในการเก็บข้อมูลความสำคัญมากๆ ในเรื่องของการเก็บข้อมูล คือ ไม่ให้มีอุบัติเหตุซึ่งจะทำให้มันมีค่าที่สุด ถึงแม้ว่ามันอาจจะไม่ใช่เป็นอุปกรณ์ที่แพงที่สุดในเครื่องของเราก็ตามเป้า หมายของการป้องกันคือ เก็บข้อมูลของเราให้ปลอดภัย มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

  • รู้จักเครื่องคอมพิวเตอร์ของตนเอง
  • สร้างแผ่นบู๊ตฉุกเฉินขึ้นมา
  • ปรับแต่งฮาร์ดดิสก์อย่างสม่ำเสมอ
  • วางแผนในการเก็บรักษา
  • สำรองข้อมูลที่มีค่าเอาไว้
  • ป้องกันไวรัส
  • ติดตั้งโปรแกรมไว้ที่เดิม
  • ใช้แต่ของใหม่เสมอ
  • รักษาเครื่องคอมพิวเตอร์ให้สะอาดอยู่เสมอ
  • ปิดเครื่องด้วยวิธีการที่ถูกวิธี

1.รู้จักเครื่องคอมพิวเตอร์ของตนเอง 
เราสามารถดูรายละเอียดเกี่ยวกับเครื่องของเราว่าอุปกรณ์อะไร รายละเอียดเป็นอย่างไร ได้ โดยดูที่ System Properties โดยคลิ๊กเม้าปุ่มขวาที่ My computer เลือก 1. Properties จะปรากฏ System Propeties ขึ้นมา ให้เราคลิ๊กที่ Tab Device Manager เราสามารถดูรายละเอียดเกี่ยวกับอุปกรณ์ภายในเครื่องของเราได้ ถ้าเรามีเครื่องพิมพ์ ก็สั่งพิมพ์มาเก็บไว้เลยจะเป็นการดีที่สุดป้องกันการลืม

2.สร้างแผ่นบู๊ตฉุกเฉินขึ้นมา

เมื่อเราเครื่องของเรามีปัญหาไม่สามารถบู๊ตเครื่องจากฮาร์ดดิสก์ได้ เราก็ยังจะสามารถบู๊ตจากแผ่นบู๊ตฉุกเฉินที่เราสร้างขึ้นเอาไว้ได้ โดยไปที่

1. เลือกเมนู Start

2. เลือก Setting

3. เลือก Control Panel

4. กดดับเบิ้ลคลิ๊กไอคอน Add remove programs

5. ให้เลือกคลิ๊กที่ Tab Startup Disk แล้วใส่ แผ่น floppy disk ที่ทำการ format แล้วใน dirve a:

6. แล้วคลิ๊กที่ปุ่ม Create Disk หลังจากเครื่องทำการสร้างแผ่นบูตเสร็จเรียบร้อย เราก็จะได้แผ่นบู๊ตฉุกเฉินขึ้นมาแล้ว

3. ปรับแต่งฮาร์ดดิสก์อย่างสม่ำเสมอ

เพราะฮาร์ดดิสก์เป็นที่ที่เก็บแอปพิลเคชั่นไว้อย่างถาวร และที่สำคัญมากคือไฟล์ข้อมูลที่สร้างด้วยแอพพลิเคชั่นเหล่านั้น

ดัง นั้นฮาร์ดดิสก์จึงจำเป็นต้องระมัดระวังอย่างพิเศษเพื่อรักษามันให้ปฏิบัตการ ได้ที่ประสิทธิภาพสูงสุด การสแกนดิสก์ เพื่อหาไฟล์ที่สูญหาย (Lost) และเซ็กเตอร์ที่เสียหาย (bad sector) จะช่วยป้องกันปัญหาของดิสก์ทั้งหมดก่อน ที่จะเกิดขึ้น ในขณะที่การ Defragment จะช่วยจัดเรียงไฟล์ที่แตกกระจัดกระจาย ให้เป็นระเบียบขึ้น

วิธีการสแกนดิสก์ทำได้ดังนี้

1. เลือกเมนู Start

2. เลือก Program

3. เลือก Accesorry

4. เลือก System Tools

5. เลือก Scan Disk

4. วางแผนในการเก็บรักษา

การเก็บรักษาไฟล์ข้อมูลในโฟล์เดอร์เราจะต้องเก็บรักษาให้อยู่ในส่วนที่ค้นหา ง่ายและมีชื่อที่สามารถจดจำได้ง่าย จะช่วยลดความเสี่ยงที่เราจะลบโปรแกรมหรือข้อมูลเหล่านั้นโดยไม่ได้ตั้งใจ อีกทั้งฮาร์ดดิสก์ที่มีการบริหารรวบรวมที่ดีจะสามารถทำ การแบ๊กอัปสำรองข้อมูลได้ง่ายกว่าและเร็วกว่า และไฟล์ไหนที่เราไม่ได้ใช้เป็นเวลาอย่างน้อย 2 เดือน ควรจะลบไฟล์นั้นออกไป เพราะ ดิสก์ที่ใส่ข้อมูลมากๆ จนเกือบเต็มความจุของมันมักมีแนวโน้มที่จะเกิดความผิดพลาดได้มากกว่า และช้ากว่าฮาร์ดดิสก์ที่ไม่ได้ใส่ข้อมูลจนแน่น

5. สำรองข้อมูลที่มีค่าเอาไว้

การแบ็กอัปไฟล์ของเรามีความหมายง่ายๆ ก็คือเป็นการทำสำเนาเผื่อเอาไว้ ถ้าต้นฉบับถูกทำให้สูญหายหรือเสียหายไป เราก็ยังสามารถนำเอาสำเนามาใช้ได้ เราสามารถแบ็กอัปฮาร์ดดิสก์ไปยัง Floppy disk หรือ Zip disk ได้ ถ้าเราทำธุรกิจมีข้อมูลที่สำคัญมากๆ เช่น ข้อมูลของสินค้า ข้อมูลลูกค้า ข้อมูลด้านบัญชี

มูล บุคคล เราควรจะแบ๊กอัปมันทุกๆวันเป็นมาตรฐานเอาไว้ แต่ถ้าเราเป้นผู้ใช้ตามบ้าน ก็ควรจะการแบ็กอัปไฟล์หนึ่งครั้งต่อสัปดาห์ และทำการแบ๊กอัป ทั้งระบบอย่างสมบูรณ์ทุกๆ 6 เดือน โดยเราสามารถใช้โปรแกรม Backup ดังนี้

1. เลือกเมนู Start

2. เลือก Program

3. เลือก Accesorry

4. เลือก System Tools

5. เลือก Backup

โปรแกรมนี้จะอนุญาติให้เราตรวจเลือกโฟลเดอร์ที่ต้องการจะแบ๊กอัป

6. ป้องกันไวรัส

แม้ว่าไวรัสคอมพิวเตอร์ที่สามารถสร้างความเสียหายให้กับเครื่องและข้อมูลของเรา ได้ ซึ่งในบางครั้งก็ดูออกจะเป็นเรื่องตื่นตระหนกจนเกินเหตุ แต่ความเป็นจริงแล้วไวรัสไม่สามารถที่จะทำอันตรายให้กับเครื่องและข้อมูลของ เราได้ ถ้าหากเราไม่ได้สั่งให้มันทำงาน (execute) ไวรัสนั้นติดมาได้ 2 ทาง คือ

1. จากแผ่นดิสก์อื่นที่เรานำมาใช้ ไม่ว่าจะเป็นแผ่นที่เรายืมหรือก๊อปปี้ของเพื่อนมา หรือ แผ่นcd เถื่อนที่เราซื้อมาจากพันธุ์ทิพย์

2. จากอินเตอร์เน็ต ไม่ว่าจะเป็นโปรแกรมที่เราดาว์นโหลดมา หรือ ไวรัสที่ส่งมากับอีเมล์ วิธีป้องกันที่ดีที่สุด คือเราต้องไม่นำมาใช้ หากหลีกเลี่ยงไม่ได้ ก็ให้เราหาโปรแกรมสำหรับสแกนไวรัสมาสแกนไวรัสก่อนที่จะนำมาใช้ ยกตัวอย่างเช่น McAfee”s VirusScan Norton AntinVirus หรือ Pc-cillin

แต่ ในบางครั้งไวรัสตัวนั้นอาจเป็นไวรัสชนิดใหม่ที่โปรแกรมเหล่านั้นยังไม่ สามารถตรวจสอบได้ เราก็จำเป็นต้องไปดาวน์โหลดโปรแกรมสแกนไวรัสเวอร์ชั่นใหม่ ๆ มาใช้งานจากเวบไซด์เหล่านั้น

7. ติดตั้งโปรแกรมไว้ที่เดิม

เมื่อเราได้ติดตั้งโปรแกรมลงบนระบบของ window95 แล้วอย่าได้เปลี่ยนชื่อไดเร็กทอรี่ของโปรแกรมหรืออย่าได้ย้ายไฟล์ของมันจาก ที่ที่มันอยู่ไปไว้ที่อื่นๆ บนฮาร์ดดิสก์ของเรา มิฉะนั้นคอมพิวเตอร์จะหาแทร็กของคีย์ไฟล์ไม่เจอ ถ้าเราจะทำการลบ (delete) หรือยกเลิกการติดตั้ง (uninstall)

วิธีการลบ (delete) หรือยกเลิกการติดตั้งที่ถูกวิธีทำได้ดังนี้

1. เลือกเมนู Start

2. เลือก Control Panel

3. กดดับเบิ้ลคลิ๊กที่ Add/Remove Programs

4. เลือกโปรแกรมที่เราต้องการจะลบ หรือ ยกเลิกการติดตั้ง

5. กดปุ่ม Add/Remove

หลัง จากกดปุ่ม Add/Remove แล้วจะปรากฏหน้าต่างการยกเลิกการติดตั้งให้ แต่มีบางไฟล์หรือบางกรณีที่จะต้อง ใช้คำสั่งลบออกได้ด้วยตนเอง โดยไม่ต้องผ่านการลบด้วยกรรมวิธีขั้นต้น สามารถเข้าไปลบไฟล์เหล่านั้นได้เลย

8. ใช้แต่ของใหม่เสมอ

อุปกรณ์ ต่างๆ ที่เป็นส่วนประกอบของคอมพิวเตอร์จะมีโปรแกรมไดว์เวอร์ (driver) เพื่อพูดคุยติดต่อระหว่าง window95 กับ ฮาร์ดแวร์ของเรา จะเป็นการดีถ้าเราสามารถอัปเดตโปรแกรมไดว์เวอร์เหล่านั้นให้ทันสมัยอยู่ตลอด เวลา เพื่อให้คอมพิวเตอร์ของเราทำงานได้เต็มประสิทธิภาพคุ้มค่ากับเงินที่เสียไป

9. รักษาเครื่องคอมพิวเตอร์ให้สะอาดอยู่เสมอ

ฝุ่นสามารถทำให้ชิปภายในเครื่องคอมพิวเตอร์ของเราร้อนขึ้นมามากกว่าธรรมดาและยัง เป็นตัวขัดขวางการไหลเวียนระบายความร้อนของอากาศอีกด้วย อย่างน้อยปีละหนึ่งครั้งให้เราถอดปลั๊กต่างๆ และเปิดฝาเครื่องขึ้นมา และเป่าฝุ่นออก อย่าเช็ดด้วยเศษผ้า ให้ใช้ปากเป่าหรือกระป๋องอัดลมสำหรับฉีดลมอย่างใดอย่างหนึ่งในการเป่าฝุ่น

10. ปิดเครื่องด้วยวิธีการที่ถูกต้อง

เมื่อใดก็ตามที่เสร็จการทำงานกับเครื่องคอมพิวเตอร์แล้วจะเลิกการใช้งานเครื่อง คอมพิวเตอร์ อย่าได้ปิดเครื่องเลยทันที เพราะเครื่องคอมพิวเตอร์มีการเก็บหน่วนความจำแคช ปิดไฟล์ และ เซฟข้อมูลคอนฟิกคูเรชั่นต่างๆ ก่อนที่เราจะปิดเครื่อง

เรา จำเป็นต้องต้องสั่งให้คอมพิวเตอร์ของเราชัตดาวน์ (shutdown) ก่อนเสมอ โดยไปที่ Start –> Shutdown แล้วกด OK เท่านี้เครื่องคอมพิวเตอร์ของเราก็จะจบการทำงานได้อย่างสวยงาม

ได้อ่านข่าวนี้แล้วเรียกได้ว่าน่าใจหายจริงๆ ที่ระบบปฏิบัติการยอดฮิตสุดเสถียรอย่าง Microsoft Windows 7 ที่เปิดตัวในเดือนกรกฎาคม 2009 และดูเหมือนจะเริ่มใกล้หมดอายุขัยไปซะทุกที หลังจากที่มีข่าวลือว่า Microsoft จะหยุดจำหน่าย Winodws 8 ในแบบ OEM ให้กับบริษัทผลิตเครื่องคอมพิวเตอร์ และแท็บเล็ตทั่วโลก ในวันที่ 30 ตุลาคม 2014 ที่จะถึงนี้ ซึ่งอย่างไรก็ดีข่าวนั้นก็เป็นเพียงแค่ข่าวลือที่ไม่ได้รับการยืนยัน

Windows 7 จะหยุดอัพเดทในวันที่ 14 มกราคา 2020

ซึ่งเมื่อมีข่าวลือนั้นเกิดขึ้น ทาง Microsoft ก็ไม่ได้ออกมาพูดอะไร ได้แต่เพียงประกาศว่า Microsoft นั้นได้หยุดจำหน่าย Windows 7 แบบกล่องไปแล้วในเดือนตุลาคมที่ผ่านมา รวมถึงยังยืนยันอีกว่า Windows 7 ณ ตอนนี้อยู่ในช่วง Mainstream Support หรือช่วงเวลาของการอัพเดทปกติทั่วๆ ที่ยังจะส่งการอัพเดท Hotfix หรือแก้บัคต่างๆ ให้ฟรีๆ จนถึงวันที่ 13 มกราคม 2015 และหลังจากนั้นจะต่ออายุให้ Windows 7 เข้าสู่สถานะ Extended support หรืออัพเดท Hotfix แบบเสียตัง ไปจนถึงในวันที่ 14 มกราคม 2020 และหลังจากนั้นจะหยุดการอัพเดท แก้ไขและปรับปรุง windows 7 ทั้งหมด

ซึ่งก็นับว่าเป็นเรื่องที่รวดเร็วจนทำใจไม่ทันจริงๆ แต่อย่างน้อยเราก็เคยปรับตัวกับ Windows XP ไป Windows 7 กันมาแล้ว จะปรับตัวตัวไป Windows 8 กันอีกสักรอบก็คงไม่น่าจะเป็นปัญหาใช่ไหมละครับ

ที่มาhttp://www.trueplookpanya.com/new/cms_detail/general_knowledge/20531/